• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

อันตรายที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน “บอแรกซ์”

Started by zixsafar, April 05, 2022, 03:08:57 PM

Previous topic - Next topic

zixsafar



ผู้ชำนาญแนะ บอแรกซ์ อันตรายต่อสุขภาพ หลังมีกระแสเสนอแนะให้กินกันมากขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ต คนที่รับประทานบอแรกซ์อาจมีอาการอ่อนล้า ไม่อยากกินอาหาร น้ำหนักลด เป็นพิษต่อไตและสมอง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทาน

ในโลกอินเตอร์เน็ตมีการเชิญให้บริโภค "บอแรกซ์" โดยอ้างสรรพคุณว่าช่วยกระตุ้นฮอร์โมนทางเพศ และก็ดีต่อสุขภาพ แม้กระนั้นในทางวิทยาศาสตร์และก็การแพทย์แล้ว บอแรกซ์เป็นสิ่งให้โทษต่อสถาพทางร่างกาย

ข้อมูลที่ได้รับมาจาก เพจเฟซบุ๊ก อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by คุณครูเจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็เพจ แพทย์แล็บแพนด้า ต่างก็ระบุว่า บอแรกซ์เป็นสารเคมีที่ไม่ควรนำมาบริโภคเยอะเกินไป หรือตลอดช้านานเหลือเกิน และไม่ควรจะเน้นบริโภคในเชิงเป็นอาหารเสริม เพื่อสุขภาพอะไร

บอแรกซ์ เป็นอย่างไร
บอแรกซ์ ชื่อว่า โซเดียมโบเรท (Sodium Borate) หรือที่เราเรียกกันว่าผงกรอบหรือบอแร็ก เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเป็นผุยผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสขมบางส่วน มีชื่ออื่นๆอีก ดังเช่นว่า บอแร็ก สารข้าวตอก ผงกันบูด เพ่งพินิศแซ เม่งแซ ผงเนื้อนิ่ม

บอแรกซ์ เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ใช้ทำแก้วเพื่อทำให้ทนความร้อน เป็นสารประสานสำหรับในการเชื่อมทอง และก็เป็นสารยับยั้งการก้าวหน้าของเชื้อราในแป้งทาตัว ฯลฯ

อันตรายของบอแรกซ์
มีการนำบอแรกซ์มาใช้ผิดจุดมุ่งหมายโดยเอามาผสมในของกิน เพื่อของกินมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่าย ของกินที่พบบ่อยว่ามีสารบอแรกซ์ อาทิเช่น หมูบด ลูกชิ้น ทอดมัน หมูสด เนื้อสด ไส้กรอก ผลไม้ดอง ทับทิมกรอบ ลอดช่อง ฯลฯ

บอแรกซ์ มีอันตรายในอาหาร (food hazard) จำพวกอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เป็นสารเคมีห้ามใช้ในของกิน (prohibit substances) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 151 (พุทธศักราช 2536) เรื่องวัตถุที่ห้ามใช้ในของกิน

พิษของสารบอแรกซ์ กำเนิดได้สองกรณีหมายถึง

พิษแบบฉับพลัน จะมีอาการอาเจียน อ้วก ผู้ใหญ่ ได้รับสารบอแรกซ์ 15 กรัม และ เด็ก ได้รับ 5 กรัม จะทำให้อ้วกเป็นเลือดแล้วก็ถึงแก่ชีวิตได้ ด้านใน 3-4 ชม.
พิษแบบเรื้อรัง จะมีอาการเหน็ดเหนื่อย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง ใบหน้าบวม เยื่อตาอักเสบ และก็ตับไตอักเสบ
ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ขึ้นกับปริมาณที่รับประทานเข้าไปภายในร่างกาย

บอแรกซ์ เป็นประโยชน์หรือไม่
จากที่มีการอ้างคุณประโยชน์ของบอแรกซ์ว่าใช้ผสมกับสารเคมีตัวอื่นๆเพื่อใช้ผลิตยาหยอดตา รวมทั้งยาลดอาการปวดบวม ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้ข้างนอกร่างกาย แต่ว่าขณะเดียวกัน หลายข้อที่อ้างถึงว่ารับประทานบอแรกซ์แล้วได้ประโยชน์นั้น (เป็นต้นว่า คุ้มครองโรคไขข้อ จัดการกับปัญหาฮอร์โมนเพศ) ทาง Lybrate เพจสุขภาพของประเทศอินเดีย อ้างอิงจากตำราเรียนยาจีน และแบบเรียนยาประเทศอินเดียโบราณที่ชื่อว่า คู่มืออายุรเวท AYURVEDA โดยอ้างถึงบทความเรื่อง Utilization of Borax In The PharmaceuticoTherapeutics of Ayurveda in India เผยแพร่ในวารสาร Indian Journal of History of Science (วารสารประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ของประเทศอินเดีย) ซึ่งบทความนี้เรียบเรียงประเด็นการนำเอาบอแรกซ์มาใช้ในสมัยอินเดียโบราณกว่า 5 พันปีกลายไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าสามารถประยุกต์ใช้เห็นผลจริง ด้วยหลักฐานทางด้านการแพทย์ในขณะนี้

ในเวลาที่ เนื้อหาบทความส่วนที่กล่าวถึงเรื่องผลข้างเคียงและก็อาการแพ้ของบอแรกซ์นั้น ทางเพจได้อ้างถึงบทความเรื่อง Toxicologic studies on borax and boric acid. จากนิตยสาร Toxicology and applied pharmacology ซึ่งเป็นนิตยสารทางวิทยาศาสตร์ด้านพิษวิทยารวมทั้งเภสัชศาสตร์ ที่มีความน่าเชื่อถือใช้ได้ แล้วก็ตรงกับองค์วิชาความรู้ทั่วไปในขณะนี้ที่เรามี ว่าบอแรกซ์เกิดอันตรายอย่างไรบ้าง

ซึ่งทางเพจ Lybrate เอง ก็สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของบอแรกซ์ไว้ว่า "โดยปกติไม่แนะนำให้บริโภคบอแรกซ์เข้าไป แล้วการใช้ข้างนอกนั้น ก็ทำให้มีการเกิดความเคืองต่อผิวได้น่าฟังมันมีความเป็นด่างสูง ยังมีรายงานอีกด้วยถึงผลลบต่อระบบแพร่พันธุ์รวมทั้งการเติบโตของลูกในท้อง และก็ยังไม่แนะนำให้ใช้สม่ำเสมอเป็นระยะเวลาที่ยาวนานอีกด้วย เพราะมันเป็นไปได้ที่จะทำให้ไตดำเนินงานไม่ปรกติจากการที่บอแรกซ์สะสมในร่างกาย พิษของบอแรกซ์ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดความเมื่อยล้าและอาเจียน อื่นๆอีกมากมาย"

เพราะฉะนั้น โดยรวมแล้ว การกล่าวอ้างว่าบอแรกซ์เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจนเอามาเป็นความเชื่อกันนั้น ส่วนใหญ่ก็คืออ้างตามศาสตร์การแพทย์อินเดียโบราณ ไม่ใช่แนวทางการใช้เป็นยา ตามวิชาความรู้ทางด้านการแพทย์ของพวกเราในปัจจุบันแม้กระนั้นยังไง และก็ยังเสี่ยงส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพด้วย

อ่านบทความอื่นๆ