• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

baccarat

sagame

UFABET

ที่นอน

รับทำเสื้อ

ปูนปั้น

Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Topics - Thetaiso

#2

 ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ?BBB-? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงความมั่นคงของกระแสเงินสดของบริษัทจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานการไฟฟ้าภาครัฐ ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากความเสี่ยงในด้านความไม่แน่นอนของปริมาณและความผันผวนของราคาวัตถุดิบเชื้อเพลิง รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและสถานะทางการเงินของบริษัทที่ถดถอยลง

อันดับเครดิตองค์กรของบริษัทยังพิจารณาถึงสถานะของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทย่อยหลักของ ของ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ?BBB-/Stable? ด้วย ส่งผลให้อันดับเครดิตองค์กรของบริษัทนั้นเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทไทยโพลีคอนส์ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งประเมินอันดับเครดิตเฉพาะของบริษัท (Stand-alone Credit Profile) ไว้ที่ระดับ ?bbb? ซึ่งสะท้อนสถานะทางเครดิตของบริษัทที่แข็งแรงกว่าของบริษัทไทยโพลีคอนส์

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

เป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัทไทยโพลีคอนส์

ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะยังคงเป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัทไทยโพลีคอนส์ ต่อไป โดยบริษัทไทยโพลีคอนส์ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 43.3% ในบริษัทและมีอำนาจควบคุมนโยบายทางธุรกิจและการเงินของบริษัทโดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างบริษัททั้งสอง นอกจากนี้ ผลกำไรเกือบทั้งหมดของบริษัทไทยโพลีคอนส์ก็ยังมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าของบริษัทอีกด้วย โดยกระแสเงินสดที่มั่นคงของบริษัทนั้นช่วยลดความผันผวนและความอ่อนไหวของธุรกิจก่อสร้างของบริษัทไทยโพลีคอนส์ได้เป็นอย่างมาก

ความมั่นคงของกระแสเงินสด

อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทสะท้อนถึงความมั่นคงของกระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้าของบริษัทอันเนื่องมาจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะที่ดำเนินการแล้วจำนวน 11 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่ที่ 106.5 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทุกแห่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับผู้ผลิตและผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งต่างก็ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ?AAA? จากทริสเรทติ้ง ดังนั้น ความเสี่ยงของบริษัทในด้านคู่สัญญาจึงอยู่ในระดับต่ำ

ความเสี่ยงจากปริมาณและความผันผวนของราคาวัตถุดิบเชื้อเพลิง

อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากความเสี่ยงในด้านวัตถุดิบเชื้อเพลิงซึ่งได้มาจากเศษวัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้ง โดยโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทใช้ไม้สับ แกลบ กะลามะพร้าว และพืชเติบโตเร็วอื่น ๆ ในการผลิตไฟฟ้า ความเพียงพอของปริมาณวัตถุดิบเชื้อเพลิงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ฤดูกาล การใช้ชีวมวลในอุตสาหกรรมอื่น และจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งนี้ ผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ไม่มีวัสดุเหลือทิ้งจากไร่นาเป็นของตนเองจำเป็นจะต้องแย่งชิงวัตถุดิบเชื้อเพลิงกับผู้ประกอบการรายอื่น

ดังนั้นเพื่อให้มีวัตถุดิบเชื้อเพลิงที่เพียงพอ บริษัทได้ทำสัญญาซื้อขายวัตถุดิบระยะยาวกับผู้จำหน่ายท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญายังถือว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ ผลการดำเนินงานของบริษัทยังขึ้นกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบเชื้อเพลิงอีกด้วย โดยราคาของวัตถุดิบเชื้อเพลิงชีวมวลนั้นสามารถแกว่งตัวขึ้นและลงได้อย่างมากอีกทั้งยังแปรเปลี่ยนไปตามความชื้นและค่าความร้อนอีกด้วย

ในส่วนของพลังงานจากขยะ ชนิดของขยะที่ต่างกันให้ค่าความร้อนที่แตกต่างกันในขณะที่สิ่งเจือปนก็อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการดำเนินงานได้ โดยผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะจำเป็นต้องบริหารจัดการวัตถุดิบเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าขยะแห่งแรกของบริษัทยังจำเป็นต้องรอการพิสูจน์ต่อไปเนื่องจากเพิ่งเริ่มดำเนินการในช่วงปลายปี 2564

การแข่งขันในธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น

ทริสเรทติ้งมองเห็นถึงโอกาสการเติบโตสำหรับพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยจากการที่ภาครัฐมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนภายใต้เป้าหมายระยะยาวในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Greenhouse Gas Emission) โดยทริสเรทติ้งคาดหวังถึงการเปิดโควต้ารับซื้อพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งมองว่าการแข่งขันในธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายในประเทศนั้นเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศที่อยู่ในระดับสูงก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ได้

โรงไฟฟ้าชีวมวลใหม่ ๆ ของบริษัท (TPCH 1 TPCH 2 และ TPCH 5) นั้นมีราคาจำหน่ายไฟฟ้าที่ลดต่ำลงจากการประมูลแข่งขันที่รุนแรง บริษัทจึงจำเป็นจะต้องเพิ่มความรัดกุมในการควบคุมต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ในขณะที่การลงทุนใหม่ ๆ ทั้งในโครงการที่เริ่มใหม่ (Greenfield Projects) หรือโครงการที่มีอยู่แล้ว (Brownfield Projects) ก็อาจให้ผลตอบแทนลดต่ำลงอันเนื่องมาจากราคาจำหน่ายไฟฟ้าที่ต่ำหรือต้นทุนในการซื้อโครงการที่สูง ซึ่งน่าจะส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทลดลงในระยะยาว ทั้งนี้ ในอนาคต ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเมื่อพิจารณาจากราคาจำหน่ายไฟฟ้าที่น่าสนใจกว่าโรงไฟฟ้าชีวมวล นอกจากนี้ บริษัทอาจขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต อย่างไรก็ตาม โครงการภายในประเทศน่าจะยังคงเป็นสินทรัพย์และผลการดำเนินงานหลักของบริษัทต่อไป

ผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าอ่อนแอกว่าที่คาด

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานอ่อนแอลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 เนื่องจากโรงไฟฟ้าบางแห่งของบริษัทผลิตไฟฟ้าได้ต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ โดยโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ของบริษัทมีผลการดำเนินงานไม่ดีนักและต้องใช้เวลาในการปรับปรุงที่ยาวนานขึ้น ในขณะที่โรงไฟฟ้าเดิม 2 แห่งของบริษัทก็ประสบปัญหาเครื่องจักรชำรุด ส่งผลให้โรงไฟฟ้าของบริษัทผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ 315 กิกะวัตต์-ชั่วโมงในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 หรือคิดเป็นอัตราความสามารถในการผลิตไฟฟ้าที่ประมาณ 70% ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากในอดีตที่ประมาณ 90% ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 364 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ขณะที่ อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ของบริษัทก็ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 27.8% จากระดับที่สูงกว่า 30% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การคงอันดับเครดิตที่ระดับเดิมสะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคและฟื้นฟูประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าในภาพรวมให้กลับไปสู่ระดับเดิมได้ โดยประมาณการกรณีฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.8 พันล้านบาทในปี 2565 เป็นระดับ 3.4-3.5 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งจะส่งผลทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.2 พันล้านบาทต่อปีได้ในช่วงปี 2566-2567 ทั้งนี้ EBITDA Margin ของบริษัทน่าจะฟื้นตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 29% ในปี 2565 เป็นระดับ 33%-34% ในช่วงปี 2566-2567

ระดับการก่อหนี้จะลดลง

บริษัทให้การค้ำประกันหนี้ของกิจการร่วมค้าตามสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการร่วมค้านั้น ๆ ดังนั้น ในการพิจารณาสถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ทริสเรทติ้งจึงรวมเอาสินทรัพย์ หนี้สิน และผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าเข้ามารวมกับงบการเงินรวมของบริษัทตามสัดส่วนที่บริษัทถือหุ้นในกิจการร่วมค้าแต่ละแห่งด้วย

ระดับการก่อหนี้ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญของงานก่อสร้างโครงการใหม่ ๆ รวมถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของโรงไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของ EBITDA น่าจะช่วยลดระดับการก่อหนี้ลง โดยทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะลดลงเป็นประมาณ 4 เท่าในช่วงปี 2566-2567 จากระดับสูงสุดที่ 6.9 เท่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนน่าจะอยู่ในช่วง 50%-60% และอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินจะอยู่ในช่วง 10%-20% ในช่วงปี 2565-2567 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะใช้งบลงทุนปีละ 0.3-0.8 พันล้านบาทตลอดระยะเวลาประมาณการ และ บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 50% จะมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะแห่งใหม่กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

โครงสร้างหนี้

ในการวิเคราะห์ระดับหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อน (Priority Debt) นั้น ทริสเรทติ้งจะไม่ได้รวมหนี้ของกิจการร่วมค้าที่บริษัทให้การค้ำประกันเข้าไว้ด้วย ซึ่ง ณ เดือนมิถุนายน 2565 หนี้เงินกู้รวมของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 5 พันล้านบาท โดยจำนวน 3.4 พันล้านบาทถือเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนซึ่งประกอบด้วยหนี้ทั้งหมดของบริษัทย่อย ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 68% ส่งผลให้เจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันมีความด้อยสิทธิกว่าเจ้าหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนอย่างมีนัยสำคัญเมื่อพิจารณาจากสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์ของบริษัท

สภาพคล่องสามารถจัดการได้

ณ เดือนมิถุนายน 2565 บริษัทมีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในช่วง 12 เดือนข้างหน้าทั้งสิ้น 694 ล้านบาท โดยทริสเรทติ้งคาดว่าเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ได้เบิกใช้รวมทั้งเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดรวมกันอีกจำนวน 380 ล้านบาทสำหรับใช้เป็นแหล่งเงินสด ทำให้ทริสเรทติ้งเชื่อว่าสภาพคล่องของบริษัทน่าจะยังคงบริหารจัดการได้

บริษัทไม่มีข้อกำหนดทางการเงินสำหรับวงเงินกู้ที่มีกับธนาคาร อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้ของบริษัทมีข้อกำหนดในการดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนไม่เกิน 2.5 เท่า นอกจากนี้ บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าของบริษัทยังต้องดำรงอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ไว้ที่ระดับไม่น้อยกว่า 1.1 เท่าหรือ 1.2 เท่าและต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.2 เท่า 1.5 เท่า หรือ 2.5 เท่าอีกด้วย ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทรวมทั้งบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวตลอดช่วง 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้าได้

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

? กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาของโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 112 เมกะวัตต์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

? อัตราความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจะอยู่ในช่วง 75%-90% ในช่วงปี 2565-2567

? ปริมาณไฟฟ้ารวมที่ผลิตได้จะอยู่ที่ 670 กิกะวัตต์-ชั่วโมงในปี 2565 และ 780-820 กิกะวัตต์-ชั่วโมงในช่วงปี 2566-2567

? EBITDA Margin จะอยู่ในช่วง 29%-34% ในช่วงปี 2565-2567

? เงินลงทุนรวมจะอยู่ในช่วง 0.3-0.8 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2565-2567

?

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของโรงไฟฟ้าของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นซึ่งจะช่วยลดระดับการก่อหนี้และเพิ่มกระแสเงินสดให้กับบริษัท อีกทั้งระดับการก่อหนี้และกระแสเงินสดเมื่อเทียบภาระหนี้จะอยู่ในระดับเดียวกับที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ ทั้งนี้ เนื่องจากทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัทไทยโพลีคอนส์ เช่นเดิม แนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทจึงจะยังคงได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทไทยโพลีคอนส์

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

จากสถานะความเป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัทไทยโพลีคอนส์ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของอันดับเครดิตของบริษัทไทยโพลีคอนส์ จะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของบริษัทเช่นเดียวกันด้วย ทั้งนี้ อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทอาจปรับลดลงได้หากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าด้อยกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญหรือโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนด้วยการก่อหนี้จำนวนมาก ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากผลการดำเนินงานและโครงสร้างเงินทุนของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและดีกว่าประมาณการของทริสเรทติ้ง

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 7 กันยายน 2565

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 15 กรกฎาคม 2565

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB-

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2564 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html
#3
ขายโทรศัพท์มือสองเครื่องเก่าง่ายๆ กับ getapplebkk ใช้เวลาเพียงแค่ 60 วินาที คุณก็ สามารถขายได้เลยแบบออนไลน์ พร้อมบริการรับถึงที่ฟรี ไม่ต้องเดินทาง ขายดิบขายดี ได้ราคาสูง getapplebkk ถูกปรับปรุงขึ้น เพื่อตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการของคนซื้อยุคสมัยใหม่ที่ ปรารถนาขาย โทรศัพท์มือสอง เป็นแหล่งวิธีขาย โทรศัพท์ เป็นบริการรับรองการรับซื้อ แน่ๆ ไม่มีกังวัลว่าขาย โทรศัพท์ไหนดีนอกเหนือจากนั้น คุณยังสามารถเข้ามาตรวจสอบราคาขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่เก่า ได้ใน ทันทีบนเว็บออนไลน์ของพวกเราที่ getapplebkk.com คุณจะรู้ราคารับจ่ายตลาด getapplebkk ที่แน่ๆ ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องต่อรองอีกต่อไปgetapplebkk รองรับนานัปการแบรนด์รวมทั้งรุ่น ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล ขายไอโฟน (Apple iPhone) ซัมซุง (Samsung) ออปโป้ (Oppo) วีโว้ (Vivo) หรือ หัวเว่ย (Huawei)
#4
ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน "บ. บัตรกรุงศรีอยุธยา" ที่ "AAA" แนวโน้ม "Stable"

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ที่ระดับ ?AAA? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? โดยอันดับเครดิตสะท้อนสถานะของบริษัทในการเป็นบริษัทลูกหลัก (Core Subsidiary) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทบัตรกรุงศรีอยุธยาอยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (ระดับ ?AAA/Stable? ซึ่งจัดอันดับโดยทริสเรทติ้ง)

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาในฐานะที่เป็นบริษัทลูกที่สำคัญ

ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะยังคงได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านธุรกิจและแหล่งเงินทุนอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาในฐานะที่บริษัทเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทและได้วางตำแหน่งให้บริษัทเป็นหน่วยธุรกิจหลักของธนาคารที่ให้บริการด้านบัตรเครดิตภายใต้ตราสัญลักษณ์

?กรุงศรี? บริษัทมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและมีแนวทางการดำเนินงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ ?กลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์? ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตหลากหลายประเภท

บริษัทมีระบบปฏิบัติการร่วมกับธนาคารอย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นช่องทางในการขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตรวมทั้งใช้เป็นช่องทางการชำระเงินและให้บริการ ทั้งนี้ จำนวนบัตรเครดิตใหม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น เกือบ 50% ของจำนวนบัตรเครดิตใหม่มาจากการแนะนำผ่านสาขาของธนาคารเป็นช่องทางหลัก นอกจากนี้ ธนาคารยังให้การสนับสนุนบริษัทในด้านการรวมศูนย์ระบบปฏิบัติการทั้งในด้านการบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายใน และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้มาตรฐานอีกด้วย ในฐานะที่เป็นบริษัทลูกประเภท Solo Consolidation ของกลุ่มฯ บริษัทจึงได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาในรูปแบบของวงเงินสินเชื่ออีกด้วย

มีสถานะที่แข็งแกร่งในธุรกิจบัตรเครดิต

บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการตลาดของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่ามูลค่าสินเชื่อคงค้างจะหดตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับประมาณ 10% ของมูลค่าสินเชื่อคงค้างของบัตรเครดิต โดยยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างของบริษัทอยู่ที่ระดับ 4.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของบริษัทในปี 2564 อยู่ที่ระดับ 1.64 แสนล้านบาท (หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 11% ของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในอุตสาหกรรม) ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าเนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ

พัฒนาการของบริษัทในปี 2565 เป็นไปในเชิงบวก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 สินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตขยายตัว 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ฟื้นตัวด้วยการเติบโต 11.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวของการบริโภคจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด 19 ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างของบริษัทจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีแรงผลักดันมาจากกิจกรรมทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพและความร่วมมือกับธนาคารแม่

คุณภาพของสินทรัพย์ยังคงแข็งแรง

บริษัทสามารถรักษา NPL Ratio (ลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน) สำหรับบัตรเครดิตให้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2% เช่นเดียวกันกับสินเชื่อส่วนบุคคลทีมี NPL Ratio ที่ 2.4% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 3.1% คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมและข้อมูลเครดิตที่ใช้ร่วมกันของลูกค้าภายในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์

สถานะเงินทุนมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงรักษาระดับฐานทุนให้แข็งแรงและอยู่ในระดับที่เพียงพอสำหรับแผนการขยายธุรกิจในระยะปานกลางและจะช่วยรองรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลงได้ โดยบริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 24% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับ 21% ณ สิ้นปี 2563 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากกำไรที่สะสมอย่างต่อเนื่องและนโยบายงดการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา

บริษัทมีสถานะเงินทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่เพียงพอจากการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาในรูปแบบของวงเงินสินเชื่อ นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ได้อีก เช่น การออกหุ้นกู้ในตลาดทุน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 บริษัทได้รับวงเงินสินเชื่อจากธนาคารเป็นจำนวน 4.05 หมื่นล้านบาท โดยที่ 97% ของวงเงินดังกล่าวนั้นยังไม่ได้เบิกใช้

?

แรงกดดันจากการแข่งขันของอุตสาหกรรมยังคงมีต่อเนื่อง

การทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 ตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นมา ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนได้จากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในครึ่งแรกของปี 2565 ที่อยู่ที่ระดับ 0.94 ล้านล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ยอดคงค้างของบัตรเครดิตในอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 9.7% ในครึ่งแรกของปี 2565

อย่างไรก็ดี คุณภาพสินทรัพย์ทั้งในส่วนของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอ่อนแอลงเล็กน้อย โดย NPL Ratio สำหรับสินเชื่อบัตรเครดิตทั้งระบบอยู่ที่ 2.1% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 1.8% ณ สิ้นปี 2564 ในขณะที่ NPL Ratio ของสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งไม่รวมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.8% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 จาก 3.1% ณ สิ้นปี 2564 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ในมุมมองของทริสเรทติ้งคุณภาพสินทรัพย์ทั้งระบบยังคงมีความเปราะบางและมีแนวโน้มอ่อนแอลงภายหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยังคงได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่เรียกเก็บจากลูกหนี้ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การกระจายตัวไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากการสร้างรายได้ยังคงเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

สมมติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งตั้งอยู่บนความคาดหมายที่บริษัทจะยังคงดำรงสถานะในการเป็นบริษัทลูกหลักของธนาคารกรุงศรีอยุธยาต่อไป

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงสถานะความเป็นบริษัทย่อยที่เป็นธุรกิจหลักของกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ได้และจะยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากธนาคารแม่ต่อไป

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

สถานะเครดิตของบริษัทอาจถูกปรับลดลงในกรณีที่สถานะเครดิตของกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาเปลี่ยนแปลงไป หรือมุมมองของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับความสำคัญของบริษัทที่มีต่อกลุ่มหรือระดับของการสนับสนุนที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีต่อบริษัทเปลี่ยนแปลงไป

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 7 กันยายน 2565

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2563

บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด (KCC)

อันดับเครดิตองค์กร: AAA

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

KCC233A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 AAA

KCC239A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 AAA

KCC249A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 AAA

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2564 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html
#5
ถ้าคุณกำลังต้องการมองหา ออแกนไนช์รับจัดงานแต่งงาน เป็นคนดูแลการจัดงานแต่งงาน เพื่อให้คุณสามารถมีความสุข มีความอบอุ่น มีความทรงจำที่ดีภายในการจัดงานแต่งงาน โดยไม่ต้องวิตกกังวลในงานที่จะออกมาไม่ตรงตามที่ตั้งใจเอาไว้ หรือการลำดับพิธีที่ผิดพลาด คุณมีความจำเป็นที่จะต้องให้ออแกไนซ์ ดูแลการจัดงานแต่งงาน ที่มีความรู้และความสามารถ ในการดูแลทั้งในเรื่องของง านตกแต่งและการลำดับพิธีอันนี้สำคัญมากที่สุด งานของคุณจึงจะออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบLIVALI WEDDING ( ลีวาลีย์ เวดดิ้ง ) รับจัดงานแต่งงาน ออแกนไนช์รับจัดงานแต่งงาน อันดับ 1 ในใจคู่บ่าวสาว ด้วย package การจัดการที่ครอบคลุมงบประมาณของทุกคู่บ่าวสาวที่เลือกได้ตามความต้องการ Package ตกแต่งสถานที่ + อุปกรณ์-. พิธีหมั้นรดน้ำสังข์ The Oriental  Backdrop  25,900 บาท-. พิธีหมั้นรดน้ำสังข์   ตกแต่งสถานที่ + อุปกรณ์ Flower Backdrop33,900 บาท-. งานแต่งพิธีเช้าครบทุกพิธี ตกแต่งสถานที่ + อุปกรณ์ 39,000 บาท + New Backdrop-. งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ตกแต่งสถานที่ + อุปกรณ์  39,000 บาท-. งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ตกแต่งสถานที่ + เวที + อุปกรณ์ + เครื่องเสียง + ไฟ + Cake  49,000 บาท LIVALI Organizer All Take Care + Organizer + Run sequence + Planer +  Mc + Wedding Design-. รับจัดงานแต่งงาน  พิธีหมั้นรดน้ำสังข์ The Oriental39,000 บาท-. รับจัดงานแต่งงาน  งานแต่งพิธีเช้าครบทุกพิธี 49,000 บาท + New Backdrop-. รับจัดงานแต่งงาน  งานแต่งเช้าเช้าครบทุกพิธี Gold  + เก้าอี้คริสตัลหน้าพิธีเก้าอี้พร้อมผ้าคลุม 50 ตัว + New Backdrop + ขันมากเอกโทชุดใหญ่ 58,000 บาท-. รับจัดงานแต่งงาน  งานแต่งเช้าเช้าครบทุกพิธี Luxury  + New Backdrop + ชุดเบญจรงค์ถวายพระ + อาหารบุฟเฟ่ต์ 50 ท่าน  + โต๊ะ เต็นท์ + ขันหมากเอกดอกไม้สด ขันหมากโทชุดใหญ่+ ตกแต่งสถานที่ แกลอรี่  88,000 บาท-. รับจัดงานแต่งงาน  Package งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส Premium 69,000 บาท-. รับจัดงานแต่งงาน  Package งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส Gold 99,000 บาท-. รับจัดงานแต่งงาน Package งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส Grand Luxury 179,000 บาท ++++ ออแกนไนช์รับจัดงานแต่งงาน  ของเราดูแลให้ในทุกขั้นตอน การันตรีด้วยคำชื่นชมจากทั้งญาติผู้ใหญ่และคู่บ่าวสาวมากกว่า 200 คู่ ดูแลทุกขั้นตอนการจัดงาน โดยดิ๊พ บอยสเก๊าท์ LIVALI WEDDING ( ลีวาลีย์ เวดดิ้ง ) รับจัดงานแต่งงาน ทั้งงานมงคลสมรสในช่วงเช้า และงานฉลองมงคลสมรสในช่วงเย็น LIVALI WEDDING ให้บริการครอบคลุมทุกเรื่องสำหรับงานแต่งงาน ตั้งแต่เริ่มต้น โปรเจค ไม่ว่าจะเป็น การวางแผน พรีเวดดิ้ง พรีเซ็นเทชั่น ชุดคู่บ่าวสาว พานขันหมากเอก โท ตกแต่งสถานที่ พิธีกร รันคิว เครื่องเสียง อาหาร ของชำร่วย และทุกอย่างที่จะเนรมิตรให้งานแต่งงานของคุณออกมา ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างที่คุณต้องการ ลีวาลีย์  เวดดิ้ง   รับจัดงานแต่งครบวงจร ออ แก ไนซ์ งานแต่ง ดูแลพิธีการ  โดย   ดิ๊พ  บอยสเก๊าท์ พิธีกรงานแต่ง ขอดูแลทุกคู่รัก  ด้วยหัวใจ  ด้วยอุปกรณ์ที่ทรงคุณค่าและมีความสวยงามตามหลักจารีตประเพณี ลำดับทุกขั้นตอนพิธี โดย พิธีกรงานแต่งงาน มืออาชีพ ดิ๊พ บอยสเก๊าท์ ตัวอย่างผลงานในปีที่ผ่านมา https://www.facebook.com/livaliwedding/videos/1097855931146264 https://youtu.be/2QfN0XDfAuc https://youtu.be/MMqOQ0buqO8 https://youtu.be/8cWX_cnq6uw https://youtu.be/nV65bLjPQ3M https://youtu.be/nsqMgthtTQA https://www.facebook.com/dipboyscout/videos/3840212069366949 https://www.facebook.com/livaliwedding/videos/1025473041291555 https://www.facebook.com/livaliwedding/videos/408788380403137 https://www.facebook.com/livaliwedding/videos/717026839195370 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมFACEBOOK https://www.facebook.com/livaliwedding/LINE. @livaliweddingWEBSITE. http://www.livaliwedding.com/Mobile 0888744499,0979565144ลีวาลีย์ เวดดิ้ง รับจัดงานแต่งงาน ที่คงคุณค่าความเป็นไทยได้อย่างยอดเยี่ยมสวยงามและล้ำค่า คู่ควรในวันมงคลสมรสของทุกคู่บ่าวสาว และจะตราตรึงในหัวใจตราบนานเท่านาน

#6
ทำสติกเกอร์ไลน์กับแชทสติ๊ค ไม่เพียงแค่จัดจำหน่ายบนไลน์เท่านั้น แต่เรายังนำส่งไปวางจำหน่ายบนระบบ ChatStick Market ซึ่งจะทำให้สติกเกอร์ของท่านใช้ได้ทุกแอพ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, WeChat, KakaoTalk, Messenger, Whatsapp, Skype หรือในทุกช่องทางการแชทไหนก็ทำได้
โดยไม่มีค่าบริการใดๆ เพิ่มเติม ฟรี!!
#7

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะยานกว่า 600 จุด ขานรับการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และจะลดแรงกดดันในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าการทรุดตัวของดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ในเดือนก.ย. จะทำให้เฟดผ่อนคันเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน

ณ เวลา 22.47 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 32,661.47 จุด บวก 628.19 จุด หรือ 1.96%

ขณะที่เหลือวันทำการซื้อขายอีกเพียง 1 วันในวันจันทร์ที่ 31 ต.ค. แต่ขณะนี้ดัชนีดาวโจนส์ได้พุ่งขึ้นแล้ว 13.4% นับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติทะยานขึ้นในเดือนนี้มากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือน นับตั้งแต่เดือนม.ค.2530 หรือในรอบ 35 ปี โดยในเดือนดังกล่าวดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 13.8%

หุ้นกลุ่มพลังงานต่างดีดตัวขึ้นในวันนี้ หลังเปิดเผยกำไรและรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งขึ้น นับตั้งแต่ที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนในเดือนก.พ.

สำนักงานสถิติกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี PCE ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดีดตัวขึ้น 6.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 6.2% เช่นกันในเดือนส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.3%

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.3% เช่นกันในเดือนส.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 5.1% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.2% แต่สูงกว่าระดับ 4.9% ในเดือนส.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ราคาหุ้นบริษัทเอ็กซอน โมบิล คอร์ป และเชฟรอน คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐ ต่างพุ่งขึ้นในวันนี้

บริษัทเอ็กซอนเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรในไตรมาส 3 สูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 152 ปี โดยมีกำไร 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 746,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับกำไรของบริษัทแอปเปิล อิงค์ในไตรมาสเดียวกัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.07 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 784,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เอ็กซอนเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 4.68 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.86 ดอลลาร์/หุ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ 1.12 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.05 แสนล้านดอลลาร์

ด้านเชฟรอนเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นกำไรสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และสูงเกือบ 2 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.1 พันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ เชฟรอนระบุว่า บริษัทมีกำไร 5.78 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 4.86 ดอลลาร์/หุ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ 6.664 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 5.736 หมื่นล้านดอลลาร์

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ดิ่งลง 10.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2553

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะลดลงเพียง 4%

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีทรุดตัวลง 31% ในเดือนก.ย.

การทำสัญญาขายบ้านได้รับผลกระทบจากสต็อกบ้านในระดับต่ำ, ราคาบ้านที่พุ่งสูง และการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาจนกระทั่งปิดการขาย
#8
โหลดแอปสะสมIOS ผลิตภัณฑ์สะสม แฟชั่นคุณภาพดี ยอดฮิต มีทั้งมือชั้นยอด แล้วก็มือสอง สามารถสั่งซื้อได้ โหลดแอปสะสมIOS แม้ท่านกำลังหาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพ ราคาประหยัด พร้อมส่ง สามารถ สังซื้อเราได้ โหลดแอปสะสมIOS พวกเรามีให้เลือกเยอะแยะฟแ หลายชิ้น โหลดแอปสะสมIOS หลายรุ่น หลายแบบ เป็นของกางรนเนม คุณภาพดี ซื้อ ขาย รองเท้าผ้าใบผู้ชาย รองเท้าผ้าใบผู้หญิง DOWNLOAD APP SASOM ดาวโหลด แอปซื้อรองเท้า IOS

IOS  https://apps.apple.com/th/app/sasom/id1545536161 

ANDROID  https://play.google.com/store/apps/details?

https://bit.ly/3zlMNZK
#9
meal-plan-bangkok เราเป็นช่วยให้คุณฟื้นฟูสุขภาพและการดำรงชีวิตที่ดีของคุณ เพียงนิดหน่อย ที่ Plantiful เรามุ่งเน้นที่การใช้ ส่วนประกอบที่คุณวางใจได้แล้วก็ได้รับ การผลักดัน จากวิทยาศาสตร์ เรามั่นใจว่าสุขภาพเป็นความมั่งมีสูงสุด meal-plan-bangkok และก็เป้าหมายของ meal-plan-bangkok อาหารของพวกเราเน้นที่ของกินจริงจากแหล่งพืชที่ไม่ผ่านการกลั่น meal-plan-bangkok รวมทั้งผ่านขั้นตอนการ
#10
โหลดแอปสะสมIOS ผลิตภัณฑ์สะสม แฟชั่นคุณภาพดี ยอดนิยม มีทั้งมือชั้นยอด แล้วก็มือสอง สามารถสั่งซื้อได้ โหลดแอปสะสมIOS หากท่านกำลังหาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพ ราคาประหยัด พร้อมที่จะจัดส่ง สามารถ สังซื้อพวกเราได้ โหลดแอปสะสมIOS พวกเรามีให้เลือกมาก จำนวนหลายชิ้น โหลดแอปสะสมIOS หลายรุ่น หลายแบบ เป็นของกางรนเนม คุณภาพดี ซื้อ ขาย รองเท้าผ้าใบผู้ชาย รองเท้าผ้าใบผู้หญิง DOWNLOAD APP SASOM ดาวโหลด แอปซื้อรองเท้า IOS

IOS  https://apps.apple.com/th/app/sasom/id1545536161 

ANDROID  https://play.google.com/store/apps/details?

https://bit.ly/3W7JcIL
#11
vegan-food-ซุปฟักทองอบ เราคือช่วยทำให้คุณฟื้นฟูสุขภาพรวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ ที่ Plantiful พวกเรามุ่งเน้นที่การใช้ ส่วนผสมที่คุณวางใจได้แล้วก็ได้รับ การผลักดันและสนับสนุน จากวิทยาศาสตร์ เรามั่นใจว่าสุขภาพคือความรวยสูงสุด vegan-food-ซุปฟักทองอบ และจุดมุ่งหมายของ vegan-food-ซุปฟักทองอบ ของกินของพวกเราเน้นย้ำที่อาหารจริงจากแหล่งพืชที่ไม่ผ่านการกลั่น vegan-food-ซุปฟักทองอบ แล้วก็ผ่านแนวทางการ
#12

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Sideway Down จากแรงกดดันตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด สนับสนุนคาดการณ์เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 1,530-1,590 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์น้ำท่วม จากการตกแต่งซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม พร้อมชู 8 หุ้นเด่น GLOBAL-DOHOME-HMPRO- TOA-DPAINT-COTTO-DCC-TASCO น่าลงทุน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวน Sideway Down โดยยังคงถูกกดดันจากปัจจัยตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 8.2%YoY สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 8.1%YoY ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.4%MoM สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.3%MoM และตัวเลขยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. ซึ่งจะสนับสนุนให้คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงต่อไป

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 3.5 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 85.61 ดอลลาร์/บาร์เรล และร่วงลง 7.6% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดถูกกดดันจากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและความต้องการพลังงานมีแนวโน้มอ่อนแอลง และทางสมาคมโรงแรมไทยเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมเดือนก.ย.2565 พบอัตราการเข้าพักลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 44% เทียบกับเดือนส.ค.2565 อยู่ที่ 48% โดยโรงแรม 61% ยังมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำกว่าอัตราการเข้าพักที่คุ้มทุน จึงคาดการณ์การเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ในกรอบ 1,530-1,590 จุด

ส่วนปัจจัยที่ยังต้องจับตา อาทิ วันที่ 12 - 21 ต.ค. หุ้นกลุ่มธนาคารส่งงบการเงินงวด 3Q65 วันที่ 19-21 ต.ค. รมว.คลังเป็นประธานการประชุมและเจ้าภาพจัดประชุมรมว.คลังเอเปค วันที่ 25 ต.ค. กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า และสัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และปัจจัยต่างประเทศ อาทิ วันที่ 19 ต.ค. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. สหรัฐ รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 1-2 พ.ย. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐรอบหน้า

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์น้ำท่วม เพราะมีการตกแต่งซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม ได้แก่ GLOBAL, DOHOME, HMPRO, TOA, DPAINT, COTTO, DCC และ TASCO รวมทั้งหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประโยชน์จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและสัปดาห์นี้จะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2565 ออกมาดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ BBL, KBANK, KTB และ SCB

ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก กล่าวว่าในสัปดาห์นี้จับตาแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากการประชุมกลุ่มโอเปก พลัส รอบล่าสุด มีมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาทรงตัวเหนือระดับ 85 เหรียญต่อบาร์เรลสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มเงินเฟ้ออาจยังทรงตัวระดับสูงต่อไปทำให้เฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สอดคล้องกับแนวโน้มของ Fed Watch บ่งชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุม FOMC ครั้งถัดไปในต้นเดือนพ.ย.

ดังนั้นฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาทองคำอาจถูกกดดันต่อเนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,600-1,700 $/oz คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้
#13
vegan-food-จานอาหารเช้า พวกเราคือช่วยทำให้คุณฟื้นฟูสุขภาพและก็การดำรงชีวิตที่ดีของคุณ เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ ที่ Plantiful พวกเราเน้นที่การใช้ ส่วนผสมที่คุณวางใจได้และได้รับ การช่วยส่งเสริม จากวิทยาศาสตร์ พวกเรามั่นใจว่าสุขภาพคือความมั่งคั่งสูงสุด vegan-food-จานอาหารเช้า และเป้าหมายของ vegan-food-จานอาหารเช้า อาหารของพวกเราย้ำที่อาหารจริงจากแหล่งพืชที่ไม่ผ่านการกลั่น vegan-food-จานอาหารเช้า และก็ผ่านแนวทางการ
#14
กลุ่ม KTIS เซ็นเอ็มโอยูกับ 2 บริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ วางโรดแมปสู่ Net Zero สร้างโอกาสจากคาร์บอนเครดิต

กลุ่ม KTIS จับมือ 2 พันธมิตรจากสิงคโปร์ เอเวอร์คอมม์ และ บูโร เวอริทาส นำข้อมูลด้านพลังงานทั้งที่ใช้ในกระบวนการผลิต และที่ได้จากการผลิตในธุรกิจชีวภาพ ในโซนนครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์ มาคำนวณคาร์บอน เครดิต พร้อมวางโรดแมปที่จะก้าวไปสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เผยผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม KTIS ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจก เช่น การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล เยื่อกระดาษจากชานอ้อยที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาล ทำให้บริษัทในกลุ่ม KTIS ได้รับการรับรอง ISO14001 มาตรฐาน Bonsucro และ VIVE Programme ยืนยันในเรื่องการทำไร่อ้อยอย่างยั่งยืน

นายปัญญ์ ศิริวิริยะกุล ผู้จัดการโครงการ บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่ากลุ่ม KTIS ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัทเอเวอร์คอมม์ (Evercomm) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจากประเทศสิงคโปร์ และบูโร เวอริทาส (Bureau Veritas) องค์กรด้านการตรวจสอบและออกใบรับรอง จากประเทศสิงคโปร์ ในการวางแนวทางสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และสร้างโอกาสด้านคาร์บอนเครดิต

ทั้งนี้ การลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

นายปัญญ์ กล่าวว่า ทางเอเวอร์คอมม์เห็นศักยภาพในด้านความยั่งยืนของกลุ่ม KTIS ที่เป็นอุตสาหกรรมชีวภาพ มีไบโอคอมเพล็กซ์ด้านอ้อย และมีผลิตภัณฑ์ชีวภาพตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต จึงมีโอกาสในด้านคาร์บอนเครดิต และสามารถวางโรดแมปสู่การเป็น Net Zero ของทั้งองค์กรได้ โดยในเบื้องต้น ทางเอเวอร์คอมม์จะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกลุ่ม KTIS ในโซนโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) ไปทำการวิเคราะห์คำนวณคาร์บอนเครดิตของแต่ละกิจกรรมในขั้นต้น ก่อนจะมีการตรวจสอบและรับรองการคำนวณด้วยมาตรฐานของทางบูโร เวอริทาส ซึ่งจะมีการคำนวณทั้งในส่วนแยกการผลิตของแต่ละผลิตภัณฑ์และนำมารวมกันในผลรวมของทั้งกลุ่ม KTIS

"ในระยะแรกจะใช้เวลา 3 เดือนเพื่อการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ คำนวณ ตรวจสอบและรับรองการคำนวณตามมาตรฐานเพื่อรองรับการออกคาร์บอนเครดิต หรือการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของกลุ่ม KTIS โดยจะเริ่มจากการวิเคราะห์ทางด้านพลังงานเป็นหลัก ทั้งพลังงานที่ได้จากการผลิตในธุรกิจชีวภาพ และพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิต" นายปัญญ์ กล่าว

ผู้จัดการโครงการ กลุ่ม KTIS กล่าวด้วยว่า กลุ่ม KTIS ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยได้ผลักดันเรื่องการพัฒนากระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม KTIS ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจกอยู่แล้ว เช่น การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล เยื่อกระดาษจากชานอ้อยที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาล เป็นต้น ทำให้บริษัทในกลุ่ม KTIS ได้รับการรับรองด้านการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001 และยังรวมไปถึงการได้รับการรับรองทั้งกระบวนการในห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ในไร่อ้อย เช่น มาตรฐาน Bonsucro และ VIVE Programme ซึ่งยืนยันในเรื่องการทำไร่อ้อยอย่างยั่งยืน
#15

กลุ่มค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง ปรับตัวขึ้น เมื่อเวลา 11.51 น. นำโดย DOHOME บวก 4.76% หรือเพิ่มขึ้น 0.60 บาท มาที่ 13.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 138.38 ล้านบาท

HMPRO บวก 3.70% หรือเพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 14.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 381.44 ล้านบาท

GLOBAL บวก 3.55% หรือเพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 20.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 103.69 ล้านบาท

ILM บวก 1.20% หรือเพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 16.90 บาท มูลค่าซื้อขาย 12.08 ล้านบาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีก วัสดุก่อสร้างฟื้นตัวโดดเด่น จากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรยอดขายโต จากการซ่อมแซมบ้านในต่างจังหวัดหลังน้ำท่วม ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวที่ปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ Valuation เริ่มน่าสนใจ อย่างไรก็ตามมองความต้องการซื้อสินค้าเพื่อซ่อมแซมบ้าน เป็นปัจจัยบวกระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาหนุนดีมานด์ลูกค้า

สำหรับผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าว ในไตรมาส 3/65 คาดจะฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะบมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) เนื่องจากคาดว่าจะเติบโตจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและท่องเที่ยว ขณะที่หุ้นบมจ.ดูโฮม (DOHOME) และบมจ.สยามโกล.เฮ้าส์ (GLOBAL) คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กปรับตัวเป็นขาลง จากปีก่อนเป็นขาขึ้น ซึ่งต้องรอให้ราคาเหล็กหยุดไหลลงก่อน ถึงจะเข้าไปลงทุนได้

อย่างไรก็ตาม แนะนำซื้อ HMPRO ที่ราคาเป้าหมาย 18.20 บาท, ILM ที่ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท และซื้อเก็งกำไรหุ้น DOHOME ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท, GLOBAL ราคาเป้าหมาย 24.30 บาท
#16
ทัวร์อียิปต์ ล่องแม่น้ำไนล์ นำเที่ยว เดินทางปลอดภัย ราคาประหยัด ทัวร์อียิปต์ ล่องแม่น้ำไนล์ มีไกด์ดูแล ที่พัก อพาร์เม้นท์ ทัวร์อียิปต์ ล่องแม่น้ำไนล์ สบายสะบาย ของกินอร่อย มีบุคลากรดูแลท่านตลอดทาง ยินดีให้คำปรึกษา ทัวร์อียิปต์ ล่องแม่น้ำไนล์ ปี2565 -2566
#17
Balance P อาหารเสริมคุณภาพพรีเมี่ยม สรรพคุณสารสกัดในผลิตภัณฑ์ 
ช่วยบำรุงสุขภาพ/ ปรับสมดุลลดน้ำตาลในเลือดช่วยควบคุมเบาหวาน/ ปรับสมดุลลดความดันโลหิตสูง/ 
ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนต่างๆ/ ลดบรรเทาอาการรองช้ำ /ลดอาการพาร์กินสัน/ ลดอาการไบโพล่าร์/
บำรุงระบบประสาทและสมอง/ บำรุงสุขภาพดีช่วยสุขภาพแข็งแรง

Balance P 1 กระปุก (30แคปซูล)
ปกติ 1,290 บาท
ราคาพิเศษเพียง 990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษ! 
สอบถามโปรโมชั่นพิเศษลด แถม!!
*ก่อนซื้อสอบถามปรึกษาเพื่อการแนะนำการทานที่ถูกต้อง
เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
LINE: @balances
รายละเอียดเพิ่มเติม Balance P
#18
โหลดแอปสะสมIOS สินค้าสะสม แฟชั่นคุณภาพดี ยอดฮิต มีทั้งมือหนึ่ง แล้วก็มือสอง สามารถสั่งซื้อได้ โหลดแอปสะสมIOS ถ้าหากท่านกำลังหาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพ ราคาย่อมเยา พร้อมส่ง สามารถ สังซื้อเราได้ โหลดแอปสะสมIOS พวกเรามีให้เลือกมาก หลายชิ้น โหลดแอปสะสมIOS หลายรุ่น หลายแบบ เป็นของกางรนเนม คุณภาพดี ซื้อ ขาย รองเท้าผ้าใบผู้ชาย รองเท้าผ้าใบผู้หญิง DOWNLOAD APP SASOM ดาวโหลด แอปซื้อรองเท้า IOS

IOS  https://apps.apple.com/th/app/sasom/id1545536161 

ANDROID  https://play.google.com/store/apps/details?

https://bit.ly/3TEFRPO
#19
ฉีดbotox ยี่ห้อไหนดี สถานพยาบาล เป็นสถานพยาบาลเวชกรรมเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ที่ได้รับ ฉีดbotox ยี่ห้อไหนดี การรับรองประสิทธิภาพให้เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานด้านการแพทย์ ฉีดbotox ยี่ห้อไหนดี ที่มีห้องผ่าตัดขนาดใหญ่เทียบเท่าโรงหมอโดยกระทรวงสาธารณสุข เปิดให้บริการด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยหมอ จบกระดานเฉพาะทาง และ เสริมความงดงาม ด้านผิวพรรณ ภายใต้การดูแลโดย พันตรีหมอ ธีรภัทร์ จิตใจประสาท อาจารย์แพทย์ ฉีดbotox ยี่ห้อไหนดี เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง มีความตั้งอกตั้งใจให้บริการทุกคน