• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

ลูกกลัวหมอฟันเด็กควรจะทำยังไงดี?

Started by Ailie662, April 03, 2022, 03:29:24 AM

Previous topic - Next topic

Ailie662

ลูกกลัวหมอฟันเด็กควรจะทำอย่างไรดี?



ทำอย่างไรดี เมื่อลูกน้อยกลัวคุณหมอฟันเด็ก - เด็กกับความกลัวเป็นเรื่องที่คู่กัน เด็กจะกลัวในเรื่องที่จำฝังใจ ดังเช่น การกลัวการเจ็บ กลัวคนแปลกหน้า ความกลัวสถานการณ์ใหม่ๆที่ยังไม่เคยเผชิญมาก่อน ซึ่งความหวาดกลัวจะเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของชีวิตแค่นั้น โดย ความกลัวนั้นจะขึ้นกับตัวเด็กอีกครั้งว่าเด็กนั้นก่อนหน้านี้บิดามารดาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กกลัว หมอฟันเด็กหรือกลัวการรักษาทางด้านทันตกรรมเด็ก ดังเช่นว่า ประสบการณ์การรักษาทางทันตกรรมเด็ก ในสมัยก่อน โดยยิ่งไปกว่านั้นการพาเด็กเข้าการดูแลรักษาฟันในขณะที่เด็กเจ็บอยู่ฟัน รวมทั้งอาจทำให้เด็กทั้งยังเจ็บแล้วกลัวและก็ฝังลึกในใจเลยทำให้มีการเกิดความกลัว รวมทั้งอาจก่อให้เด็กกลัวหมอที่สวมชุดสีขาว หรือกลัวการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทันตกรรมต่างๆแล้วก็การฟังจากคำบอกเล่าจากเครือญาติ ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนพ้อง รวมทั้งเด็กบางทีก็อาจจะรับทราบได้จากการกระทำบางอย่าง หรือจากสีหน้าที่มีความหนักใจที่พ่อแม่แสดงออกมาโดยไม่ทันรู้สึกตัว เป็นต้น

การเตรียมตัวลูก สำหรับเพื่อการมาพบแพทย์ฟันครั้งแรก

ทันตกรรมเด็กกับการเตรียมพร้อมเด็กที่ดีนั้นมีผลอย่างมากต่อการกระทำของเด็กแล้วก็การบรรลุเป้าหมายสำหรับการรักษา ด้วยเหตุนี้คุณพ่อและก็คุณแม่จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงคำบอกเล่าที่น่ากลัวหรือแสดงความไม่สาบายใจเกี่ยวกับหมอฟันเด็กที่ให้บริการทัตนกรรมเด็ก และไม่ควรใช้ทันตแพทย์หรือการทำฟันเป็นสิ่งที่ใช้ในการขู่ลูก ดังเช่น "ถ้าเกิดไม่ยอมแปรงฟันนะ จะจับไปให้หมอถอนฟันเลย" ซึ่งจะยิ่งทำให้ลูกฝั่งหัวใจและก็กลัวหมอฟันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้พ่อกับแม่อาจช่วยส่งเสริมทัศนคติในทางบวกต่อแนวทางการทำฟันให้แก่ลูก ตัวอย่างเช่น "แพทย์จะช่วยทำให้หนูมีฟันสวยรวมทั้งแข็งแรง" นอกจากนี้เมื่อพบว่าลูกมีฟันผุก็ควรพาลูกมาทำฟันตั้งแต่ในเวลาที่ยังไม่มีลักษณะของการปวด หากรอให้มีอาการปวดก่อนเด็กจะยิ่งมีความรู้สึกวิตกกังวลสำหรับเพื่อการทำฟันเพิ่มมากขึ้น

เมื่อมาหาทันตแพทย์แล้ว ถ้าลูกกลัวหมอฟัน ไม่ให้ความร่วมมือผู้ปกครองและก็หมอฟัน ควรทำยังไง

เด็กแต่ละคนที่มีความหวาดกลัวก็จะแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป เด็กที่มีความกลัวและไม่ให้ความร่วมมือ จำเป็นอย่างยิ่งที่หมอฟันจึงควรพินิจพิจารณาหาสาเหตุของความกลัวของเด็ก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบสำหรับการใคร่ครวญเลือกใช้กรรมวิธีจัดแจงการกระทำ ซึ่งพ่อแม่จะมีส่วนช่วยมากมายก่ายกองสำหรับการให้ข้อมูลเบื้องต้นพวกนี้ ภายหลังจากนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของ หมอฟันที่จะเลือกใช้วิธีปรับพฤติกรรมต่างๆเพื่อให้เด็กให้ลดความกลัว ความรู้สึกหนักใจ และก็ยอมความร่วมแรงร่วมใจสำหรับเพื่อการทำฟันเด็ก โดยวิธีที่ใช้เยอะที่สุดก็คือ การปรับพฤติกรรมโดยวิธีทางจิตวิทยาไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย ปลอบโยน สรรเสริญ ส่งเสริมให้กำลังใจ การเบี่ยงเบน ความพอใจ หรือการแยกผู้ดูแล ดังนี้ขึ้นอยู่กับอายุของเด็ก ระดับของความร่วมแรงร่วมใจ และก็จำนวนงานหรือ ความรีบเร่งของการดูแลและรักษาด้วย ตัวอย่างเช่น ในเด็กตัวเล็กๆต่ำกว่า 3 ขวบ ที่ยังสนทนาติดต่อสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หรือเด็กที่ไม่ให้ ความร่วมมือเป็นอย่างมาก ทันตแพทย์ก็บางทีก็อาจจะจำเป็นจะต้องขออนุญาตใช้ผ้าห่อตัวเด็ก (Papoose board) ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของเด็กเพื่อสามารถให้การรักษาได้ทางด้านทันตกรรมเด็กโดยสวัสดิภาพและก็มีประสิทธิภาพมากเพิ่มขึ้น หรืออาจจะเสนอลู่ทางการดูแลและรักษาทางทันตกรรมภายใต้การทานยาให้สงบหรือการดมยาสลบให้แก่ผู้ปกครองเป็นผู้ตัดสินใจ

สิ่งที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ลูกน้อยไม่กลัวหมอฟันเด็ก

สิ่งที่ดีที่สุดของการมาใช้บริการทันตกรรมเด็ก ที่จะทำให้ลูกของคุณไม่กลัวหมอฟันคือ การดูแลโพรงปากของลูกไม่ให้มีฟันผุ โดยควรจะพาลูกมาเจอทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้นหรือด้านในขวบปีแรก แล้วก็ตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน เมื่อลูกไม่มีฟันผุ เวลาทำฟันเด็กก็ไม่เจ็บ เมื่อไม่เจ็บก็ชอบไม่กลัวหมอฟัน แต่ว่าเมื่อลูกมีฟันผุแล้วคุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ก็ควรจะอดทนที่จะพาลูกมารับการรักษาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ถึงลูกจะร้องไห้ตั้งแต่อยู่ที่บ้านเมื่อทราบว่าจะพามาทำฟันก็ตาม เพื่อลูกของคุณมีสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งเมื่อมีสุขภาพโพรงปากที่ดีแล้วก็จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการในด้านอื่นๆที่ดีตามไปด้วย